ฟาน ไดค์ ถึงจะแพง แต่ “หงส์” ก็คุ้มค่า

ฟาน ไดค์ ถึงจะแพง แต่ “หงส์” ก็คุ้มค่า

ในช่วงที่ผ่านมาบรรดาแฟนบอลบางส่วนอาจไม่ได้ให้ความสนใจมากนักกับการที่ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ  เซ็นสัญญาคว้าตัว เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ จาก เซาธ์แฮมตัน คู่แข่งร่วมลีก มาเสริมทัพ เมื่อมกราคมปี 2018 ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 75 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นเป็นสถิติโลกในตำแหน่งผู้เล่นกองหลัง

ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล ได้พิสูจน์ให้สาวกลูกหนังทั่วโลกได้เห็นแล้วว่า ทำไมมันจึงคุ้มค่าที่จะจ่ายค่าตัวมหาศาลให้กับกองหลังระดับโลกรายนี้ แม้ก่อนหน้านี้ หลาย ๆ คนคิดว่าเป็นราคาที่สูงเกินจริงก็ตาม

วงการฟุตบอลยังคงให้ความสำคัญกับผู้เล่นในแนวรุก มากกว่าผู้เล่นในตำแหน่งอื่นๆ ซึ่งดูได้จากราคาที่พวกเขาเหล่านั้นย้ายสโมสร อย่างไรก็ตาม บรรดากองหลังชั้นนำกำลังจะขึ้นมามีบทบาทสำคัญเช่นเดียวกับกองหน้า อาจสะท้อนให้เห็นว่าหลายๆทีมตระหนักถึงความสำคัญทั้งในการทำประตู และป้องกันประตู

บาร์เซโลน่า แห่งศึกลา ลีกา สเปน คือ ตัวอย่างของทีมได้ให้ความสำคัญกับแนวรุกเหนือสิ่งอื่นใด เหตุการณ์ที่ มาร์ค โอเวอร์มาร์ส ของ “เจ้าบุญทุ่ม” ทำประตู ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2001-02 ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกของโค้ชชาวดัตช์ ไรนุส มิเชล ที่เรียกว่า “โททัลฟุตบอล”

“โททัลฟุตบอล” นั้น ลูกบอลจะถูกเคลื่อนไปรอบ ๆ สนามด้วยความเร็วสูง และดึงคู่แข่งให้เข้ามาแย่งบอล จากนั้นฝ่ายตรงข้ามจะเปิดพื้นที่ ส่งผลให้ทีมของเราเป็นฝ่ายลุ้นทำประตูในที่สุด

อย่างไรก็ตาม การให้ความสำคัญในคุณค่าของเกมรับนั้นเริ่มจาก ยูเวนตุส ตัดสินใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว ลิลิยอง ตูราม กองหลังทีมชาติฝรั่งเศส จาก ปาร์ม่า มาร่วมทีมในราคา 23 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2544 และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าตัว ริโอ เฟอร์ดินานด์  เซ็นเตอร์ฮาล์ฟจอมแกร่ง จาก ลีดส์ ไปเสริมแนวรับเมื่อ ปี 2002 ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์

แนวโน้มในการมองเห็นคุณค่าของนักเตะเกมรับกำลังมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในการแข่งขันระดับสูงตอนนี้ทีมต่าง ๆ มีกองหลังที่มีความสามารถในการเล่นเกมรับ, อ่านเกม, ครอบครองบอล และสามารถผ่านบอลทำเกมขึ้นมาจากแนวหลังได้

ในอดีต กองหลัง มีหน้าที่ในการเล่นเกมรับเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น การประกบตัว, การเข้าปะทะ, การแย่งโหม่ง และเคลียร์บอลจากอันตราย ซึ่งปัจจุบันนักเตะแนวรับบางรายยังคงยึดมั่นที่จะเล่นในสไตล์โบราณแบบนี้ต่อไป

ตอนนี้ กองหลังสมัยใหม่ ได้ถือกำเนิดขึ้นมามากมาย ซึ่งเป็นพวกที่มีเทคนิคในการอ่านเกม และสามารถพาบอลขึ้นเกมรุกได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมทั้งมีทีเด็ดจากการทำประตู

การคว้าตัว ฟาน ไดค์ ของ ลิเวอร์พูล อาจจะชัดเจนที่สุด เพราะมันเป็นการย้ายทีมครั้งใหญ่สำหรับกองหลังรายหนึ่ง ที่มีมูลค่าสูงถึงเกือบ 100 ล้านปอนด์ เลยทีเดียว

การลงทุนของ ลิเวอร์พูล ดูเหมือนว่าจะเป็นการทำธุรกิจที่ยอดเยี่ยมที่สุดในซีซั่นนี้ จนถึงตอนนี้พวกเขาเสียไปเพียง 13 ลูกเท่านั้น จากการเล่น 23 นัดในลีก ซึ่งทำให้พวกเขาก้าวไปสู่การลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัว ซึ่งตรงกันข้ามกับฤดูกาลก่อนที่ ฟาน ไดค์ จะมาถึง .ในจำนวนนัดที่เท่ากัน “หงส์แดง” เสียไปถึง 42 ประตู เฉลี่ยแล้วมากกว่า 1 ประตู ต่อ 1 เกม

ขณะเดียวกัน แมนเขสเตอร์ ซิตี้ ก็ทุ่มเงินคว้าตัว 2 กองหลังอย่าง จอห์น สโตนส์ และ เอเมริค ลาปอร์ต  มาเสริมแนวรับในราคา 47.5 ล้านปอนด์และ 57 ล้านปอนด์ตามลำดับ

ทว่ามูลค่าของ ฟาน ไดค์ นั้น ถูกกล่าวว่าแพงเกินจริง อย่างไรก็ตาม ปราการหลังชาวดัตช์ ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า เข้ามายกระดับแผงหลังของ ลิเวอร์พูล ได้ดีขึ้นทันที พร้อมกับพาผู้เล่นแนวรับคนอื่นๆในทัพ หงส์แดง” อาทิ เดยัน ลอฟเลน และโจ โกเมซ เล่นดีขึ้นตามไปด้วย ซึ่งนั่นทำให้คนที่สบประมาทคิดผิดอย่างมหันต์

ความสำคัญของ กลางหลังสมัยใหม่นั้น สามารถเห็นได้ชัดที่สุดเมื่อ 2-3 ฤดูกาลก่อน เมื่อ บาเลนเซียไปเยือนคัมป์ นู ของ บาร์เซโลนา ในวันนั้น เนย์มา, ลิโอเนล เมสซี่ และหลุยส์ ซัวเรซ เล่นเป็น 3 แนวรุก ในระบบ 3-4-3 โดย “เจ้าบุญทุ่ม” ใส่กองหลังแค่ 3 คน ประกอบด้วย เคราร์ด ปิเก้, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ และ ซามูเอล อุมติตี้  

เมื่อ บาร์เซโลน่า เล่นเกมรุก มีช่วงหนึ่งในระยะ 30 หลา ปิเก้ , มาสเคราโน่ และ อุมติตี้  ยืนติดริมเส้นเพื่อเป็นทางเลือกในการรับบอล และขึ้นบอลให้กับบรรดานักเตะแนวรุก เมื่อใดก็ตามที่ผู้เล่น บาเลนเซีย ได้บอล ก็จะโดนกดดันในแดน ไม่สามารถเล่นเกมโต้กลับได้ ผลสรุป บาร์ซ่า เอาชนะไปได้ 4-2

อีกมุมนึง ลิเวอร์พูล ก็ให้ความสำคัญกับตำแหน่งผู้รักษาประตู เช่นเดียวกัน เห็นได้จากการที่พวกเขาทุ่มเงิน 67 ล้านปอนด์ ซื้อตัว อลิสสัน เบ็คเกอร์ นายทวารทีมชาติบราซิล จาก โรม่า ในกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี มาเฝ้าเสา เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

สิ่งที่น่าทึ่งสำหรับวิธีการเล่นของ ลิเวอร์พูล ในปีนี้ ก็คือ การสร้างโอกาสโจมตีที่รวดเร็ว และการมีแนวรับที่แข็งแกร่งที่สามารถครอบครองบอล พร้อมทั้งผ่านบอลให้นักเตะในแนวรุกเล่นต่ออย่างได้เปรียบ

มันคงไม่ใช่เรื่องยากที่จะ ฟาน ไดค์ ได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของพรีเมียร์ลีก หากเจ้าตัวพา “หงส์แดง” คว้าแชมป์ลีกปีนี้ได้สำเร็จ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *